"ชื่อคน" ที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือใคร? ผ่านมา 5,000 ปี โลกยังจำวิธีเขียนชื่อเขาได้!

"ชื่อคน" ที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือใคร? ผ่านมา 5,000 ปี โลกยังจำวิธีเขียนชื่อเขาได้!

"ชื่อคน" ที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือใคร? ผ่านมา 5,000 ปี โลกยังจำวิธีเขียนชื่อเขาได้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คนแรกที่ประวัติศาสตร์ “จำชื่อได้” ไม่ใช่กษัตริย์ แต่เป็นคนธรรมดาเมื่อ 5,000 ปีก่อน

มนุษย์มีชีวิตอยู่บนโลกมานานนับแสนปี แต่ชื่อของคนส่วนใหญ่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์หายไปตามกาลเวลา เพราะในเวลานั้นยังไม่มีระบบการเขียนสำหรับบันทึกว่าใครเป็นใคร จนกระทั่งเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน มนุษย์ในดินแดนเมโสโปเตเมียเริ่มใช้เครื่องหมายบนแผ่นดินเหนียวเพื่อจดข้อมูล และชื่อหนึ่งก็รอดผ่านกาลเวลามาถึงปัจจุบัน

ชื่อนั้นคือ “คูชิม” หรือ Kushim ซึ่ง Guinness World Records ระบุว่าเป็น ชื่อบุคคลที่เก่าแก่ที่สุดที่ปรากฏในเอกสารซึ่งยังหลงเหลืออยู่ เจ้าของชื่อนี้เกี่ยวข้องกับงานบัญชีหรือการบริหารในนครอูรุกของเมโสโปเตเมีย เมื่อราวศตวรรษที่ 31 ก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 5,000 ปีก่อน ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในประเทศอิรัก.

คนแรกที่เรารู้ชื่อ ไม่ใช่กษัตริย์หรือนักรบ

สิ่งที่ทำให้เรื่องของ Kushim น่าสนใจคือ ชื่อนี้ไม่ได้ปรากฏในฐานะกษัตริย์ นักรบ หรือวีรบุรุษในตำนาน แต่กลับเชื่อมโยงกับ เอกสารทางเศรษฐกิจและการบริหาร Guinness World Records อธิบายว่า Kushim อาจเป็นนักบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ทำงานอยู่ในนครอูรุก.

คำว่า Kushim ปรากฏบนแผ่นดินเหนียวถึง 18 ชิ้น ซึ่งบันทึกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิหารของเทพีอินันนา โดยเอกสารเหล่านี้มีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและข้าวบาร์เลย์ จึงทำให้นักวิชาการเชื่อว่าเจ้าของชื่อนี้น่าจะมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลหรือรับรองข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ชื่อ “Kushim” อยู่รอดมาได้เพราะการทำบัญชี

การเขียนในเมโสโปเตเมียยุคแรกไม่ได้เริ่มต้นจากการแต่งนิยายหรือบันทึกประวัติของกษัตริย์ แต่เกิดขึ้นจากความจำเป็นในการจัดการเมือง สินค้า และทรัพยากร Metropolitan Museum of Art ระบุว่า ระบบเขียนยุคแรกที่เรียกว่า โปรโตคูนิฟอร์ม (Proto-cuneiform) พัฒนาขึ้นราว 3300 ปีก่อนคริสตกาล และแผ่นจารึกจำนวนมากใช้บันทึกข้อมูลทางเศรษฐกิจ.

ปัจจุบันมีการค้นพบแผ่นจารึกโปรโตคูนิฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอูรุกประมาณ 6,000 ชิ้น รวมข้อความมากกว่า 38,000 บรรทัด แสดงให้เห็นว่าการเขียนในระยะแรกมีบทบาทอย่างมากต่อการบริหารเมืองและการทำบัญชี.

แผ่นดินเหนียวเมื่อ 5,000 ปีก่อนบันทึกอะไรไว้?

หลักฐานจาก British Museum ช่วยให้เห็นภาพของเอกสารในยุคเดียวกันได้ชัดขึ้น โดยพิพิธภัณฑ์มีแผ่นดินเหนียวจากยุค Late Uruk อายุประมาณ 3300-3100 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งใช้บันทึกข้าวบาร์เลย์และตัวเลขต่าง ๆ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่างานบัญชีและการบันทึกสินค้าเป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของการเขียนช่วงแรก.

อย่างไรก็ตาม แผ่นจารึกของ British Museum ชิ้นดังกล่าว ไม่ใช่แผ่นที่มีชื่อ Kushim โดยตรง แต่เป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ใช้ทำความเข้าใจระบบเอกสารของนครอูรุกในช่วงที่ชื่อ Kushim ปรากฏอยู่ในหลักฐานอื่น ๆ

แล้ว “Kushim” เป็นชื่อคนจริง ๆ หรือไม่?

แม้ Guinness World Records จะจัดให้ Kushim เป็นชื่อบุคคลที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังมีหลักฐานหลงเหลืออยู่ แต่ในทางวิชาการยังมีข้อถกเถียงว่า Kushim อาจไม่ใช่ชื่อบุคคลก็ได้ เพราะคำดังกล่าวอาจเป็นชื่อตำแหน่ง ชื่อสำนักงาน หรือชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสินค้า.

National Geographic ก็เคยกล่าวถึงข้อถกเถียงนี้ โดยอธิบายว่าการตีความ Kushim เป็นบุคคลจริงได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากระบบการเขียนในช่วงนั้นยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และความหมายของเครื่องหมายบางคำยังตีความได้หลายแบบ.

ดังนั้น Kushim คือ “คนแรกในประวัติศาสตร์” จริงหรือ?

ถ้าพูดให้แม่นที่สุด Kushim ไม่ใช่ “มนุษย์คนแรกที่เคยมีชื่อ” เพราะมนุษย์ย่อมมีชื่อเรียกกันมานานก่อนการประดิษฐ์ตัวอักษร เพียงแต่ชื่อเหล่านั้นไม่ได้ถูกบันทึก หรือหลักฐานที่เคยมีอาจสูญหายไปแล้ว

สิ่งที่เราพูดได้จากหลักฐานปัจจุบันคือ Kushim เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นชื่อบุคคลเก่าแก่ที่สุดที่ยังปรากฏอยู่ในเอกสารที่รอดมาถึงปัจจุบัน ซึ่งต่างจากการบอกว่าเป็นมนุษย์คนแรกในโลกที่มีชื่อ.

ทำไมชื่อแรกที่เรารู้จักจึงเกี่ยวข้องกับ “นักบัญชี”?

เรื่องนี้สะท้อนเหตุผลสำคัญที่มนุษย์พัฒนาระบบการเขียนขึ้นมา ในยุคที่นครต่าง ๆ เริ่มมีประชากรจำนวนมาก การจัดการธัญพืช สัตว์ แรงงาน และสินค้าต่าง ๆ ซับซ้อนเกินกว่าจะอาศัยความจำเพียงอย่างเดียว จึงต้องมีระบบสำหรับบันทึกจำนวนและผู้รับผิดชอบ.

ด้วยเหตุนี้ ชื่อหนึ่งในยุคแรกที่ถูกเก็บรักษาไว้จึงไม่ได้เป็นของบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่เป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารธุรกรรมธรรมดา ๆ ชวนให้นึกได้ว่า คนที่กลายเป็นหนึ่งในบุคคลแรกที่ประวัติศาสตร์ “จำชื่อได้” อาจเพียงกำลังทำงานประจำวันของตนเองอยู่เท่านั้น

เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าของชื่อ Kushim เลย

นอกจากชื่อและความเชื่อมโยงกับเอกสารทางบัญชีแล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของเจ้าของชื่อนี้แทบไม่มีเหลืออยู่ ไม่ทราบวันเกิด วันเสียชีวิต ครอบครัว หรือเรื่องราวส่วนตัว และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุเพศของบุคคลนี้ได้อย่างแน่นอน

ดังนั้น การใช้คำว่า “เขา” หรือ “เธอ” กับ Kushim จึงอาจทำให้ดูเหมือนเรารู้ข้อมูลมากกว่าที่มีอยู่จริง ถ้อยคำที่รัดกุมกว่าคือ “บุคคลที่ชื่อ Kushim” หรือ “เจ้าของชื่อนี้”

ชื่ออื่นในยุคแรกก็มีเช่นกัน

Kushim ไม่ได้เป็นชื่อเพียงชื่อเดียวที่พบในเอกสารโบราณยุคแรก นักวิชาการพบคำอื่นที่อาจเป็นชื่อบุคคลจากแผ่นจารึกเมโสโปเตเมียเช่นกัน เพียงแต่การระบุว่าอันไหนเก่าที่สุดต้องพิจารณาทั้งอายุของวัตถุ บริบทของข้อความ และความมั่นใจว่าคำนั้นเป็นชื่อคนจริง ๆ

ความสำคัญของ Kushim จึงอยู่ตรงที่คำนี้ปรากฏซ้ำในเอกสารหลายชิ้น และมีบริบทที่ทำให้ตีความได้ว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือผู้รับผิดชอบงานบางอย่าง จน Guinness World Records จัดให้เป็น First surviving personal name.

อูรุก เมืองที่ชื่อของคนธรรมดาเริ่มถูกบันทึก

นครอูรุกเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่สุดของเมโสโปเตเมีย และเป็นศูนย์กลางสำคัญของการพัฒนาระบบการเขียนในช่วงปลายสหัสวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล หลักฐานจาก Metropolitan Museum of Art ระบุว่า การเขียนแบบโปรโตคูนิฟอร์มเกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโตของเมืองและระบบบริหารที่ซับซ้อนขึ้น.

จากเครื่องหมายง่าย ๆ ที่ใช้แทนจำนวนสินค้า ระบบการเขียนค่อย ๆ พัฒนาเป็นตัวอักษรคูนิฟอร์ม ซึ่งต่อมาถูกนำไปใช้บันทึกกฎหมาย จดหมาย ศาสนา วรรณกรรม และเรื่องราวต่าง ๆ ของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

จากข้าวบาร์เลย์หนึ่งรายการ สู่ชื่อที่โลกจำได้ 5,000 ปี

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเกี่ยวกับเรื่องของ Kushim อาจไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ของชื่อ แต่เป็นเหตุผลที่ชื่อนั้นรอดมาได้ เจ้าของชื่อไม่ได้ตั้งใจจะฝากชื่อไว้ให้คนอีก 5,000 ปีข้างหน้า เพียงแต่ชื่อไปปรากฏอยู่ในเอกสารที่สร้างขึ้นเพื่อจัดการสินค้าและตัวเลขในชีวิตประจำวัน

แผ่นดินเหนียวที่ครั้งหนึ่งอาจเป็นเพียงเอกสารธุรการธรรมดา จึงกลายเป็นหลักฐานที่ช่วยให้คนในศตวรรษที่ 21 รู้ว่า เมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน มีใครบางคนหรือหน่วยงานหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “Kushim” ทำงานอยู่ในเมืองอูรุก

สรุป ชื่อคนที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือใคร?

จากหลักฐานที่ยังหลงเหลืออยู่ “Kushim” คือชื่อที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นชื่อบุคคลที่เก่าแก่ที่สุดที่มีบันทึกเหลือถึงปัจจุบัน ปรากฏในเอกสารจากนครอูรุกเมื่อราวศตวรรษที่ 31 ก่อนคริสตกาล และเชื่อมโยงกับงานบัญชีหรือการบริหารสินค้า.

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อถกเถียงว่า Kushim เป็นชื่อคนจริง ๆ หรือเป็นชื่อตำแหน่งหรือหน่วยงาน ดังนั้น คำว่า “ชื่อคนที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์” จึงควรเข้าใจในความหมายว่า ชื่อบุคคลที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งหลักฐานที่ยังเหลืออยู่เปิดโอกาสให้เราระบุได้ในปัจจุบัน ไม่ใช่การยืนยันว่าบุคคลนี้เป็นมนุษย์คนแรกที่มีชื่อบนโลก

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Guinness World Records – First surviving personal name
  2. The Metropolitan Museum of Art – The Origins of Writing
  3. The British Museum – Late Uruk clay tablet recording barley
  4. National Geographic – Who's the First Person in History Whose Name We Know?

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ ของ "ชื่อคน" ที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือใคร? ผ่านมา 5,000 ปี โลกยังจำวิธีเขียนชื่อเขาได้!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล